คุณเคยรู้สึกไหมว่า... การลดน้ำหนักมันช่างเป็นสงครามที่ไม่จบสิ้น? ทั้งคุมอาหาร ออกกำลังกาย แต่สุดท้ายน้ำหนักก็กลับมาที่เดิม พร้อมกับความรู้สึกท้อแท้ที่เพิ่มขึ้น ถ้าคุณกำลังเผชิญปัญหานี้อยู่ คุณไม่ได้สู้เพียงลำพังครับ ประเทศไทยมีผู้ป่วยโรคอ้วนสูงเป็นอันดับต้นๆ ของอาเซียน และความจริงที่น่ากังวลคือ โรคอ้วนไม่ใช่แค่เรื่องรูปร่าง แต่มันคือ "ระเบิดเวลา" ที่กำลังนับถอยหลังทำลายสุขภาพของคุณ บทความนี้ไม่ได้เขียนขึ้นเพื่อบอกว่าการผ่าตัดกระเพาะคือ "ทางลัด" แต่จะพาคุณไปรู้จักกับ "เครื่องมือที่ทรงพลังที่สุด" ที่จะช่วยให้คุณหยุดวงจรของโรคอ้วน และทวงคืนชีวิตที่มีความสุขและสุขภาพดีกลับคืนมา
แนวคิดพื้นฐาน
หลายคนเข้าใจผิดว่าการผ่าตัดกระเพาะคือการ "ตัดไขมัน" ออกไป แต่ความจริงแล้ว หลักการของมันล้ำลึกกว่านั้นมากครับ การผ่าตัดกระเพาะ คือ การปรับเปลี่ยนขนาดและ/หรือทางเดินอาหาร เพื่อแก้ปัญหาที่ต้นตอ 2 อย่าง:
เมื่อความหิวไม่ใช่ปัญหา การควบคุมอาหารจะกลายเป็นเรื่องง่ายอย่างที่คุณไม่เคยสัมผัสมาก่อน นี่คือการ "รีเซต" ระบบการกินของคุณใหม่ทั้งหมดเหมาะกับใครบ้าง? โดยทั่วไป การผ่าตัดกระเพาะจะพิจารณาจากเกณฑ์ค่า BMI ที่สูงร่วมกับโรคร่วมที่รุนแรง แต่ที่ Cosmetica Clinic เรามีมุมมองที่กว้างกว่านั้น เพราะเราเชื่อว่าตัวเลขไม่ใช่ทั้งหมดของเรื่องราวสุขภาพของคุณ การประเมินเบื้องต้นที่ดีที่สุดคือการทำความเข้าใจสถานะของร่างกายคุณเองเสียก่อน ซึ่งเริ่มต้นได้ง่ายๆ ด้วยการคำนวณค่า BMI ตัดเกรดสุขภาพของคุณด้วยค่า BMI
BMI (Body Mass Index) คืออะไร?
BMI (Body Mass Index) คือค่าดัชนีที่ใช้ชี้วัดความสมดุลของน้ำหนักตัวต่อความสูง ซึ่งสามารถประเมินภาวะอ้วนและผอมในผู้ใหญ่ได้ ลองคำนวณค่า BMI ของคุณเพื่อดูว่าตอนนี้ร่างกายกำลังส่งสัญญาณอะไรอยู่
สูตรคำนวณ:
> ดัชนีมวลกาย (BMI) = น้ำหนักตัว (กิโลกรัม) / ส่วนสูง (เมตร)²
เกณฑ์การประเมินค่า BMI:
BMI < 18.5: น้ำหนักน้อย / ผอม
BMI 18.5 - 22.9: น้ำหนักปกติ
BMI 23.0 - 24.9: น้ำหนักเกิน (ควรเริ่มควบคุมอาหารและออกกำลังกาย)
BMI 25.0 - 29.9: โรคอ้วนระดับ 1 (มีความเสี่ยงต่อโรคร้าย เช่น เบาหวาน, ความดันโลหิตสูง)
BMI > 30.0: โรคอ้วนระดับ 2 (เสี่ยงสูงต่อการเกิดโรคร้ายแรง)
หากตัวเลขของคุณอยู่ในเกณฑ์ "โรคอ้วน" นั่นไม่ใช่แค่ตัวเลข แต่มันคือสัญญาณเตือนภัยที่ร่างกายกำลังส่งเสียงร้องว่ากำลังแบก
รับความเสี่ยงมหาศาล
อย่าปล่อยให้ "การรอ" กลายเป็นความเสียใจ การเพิกเฉยต่อสัญญาณเตือนเหล่านี้ ไม่ได้ทำให้อะไรดีขึ้น มีแต่จะทำให้คุณเข้าใกล้โรคร้ายแรงมากขึ้นทุกวัน การตัดสินใจ "วันนี้" คือการลงทุนที่คุ้มค่าที่สุด เพื่อประหยัดค่ารักษาพยาบาลมหาศาลและทวงคืนชีวิตที่คุณควรจะมีความสุขกลับคืนมา
เป็นการผ่าตัดเอากระเพาะอาหารส่วนใหญ่ออกไปประมาณ 80% เหลือไว้เพียงท่อเล็กๆ คล้ายแขนเสื้อ พร้อมตัดส่วนที่สร้าง
ฮอร์โมนหิวออกไปด้วย
แพทย์จะสร้างกระเพาะอาหารใหม่ให้มีขนาดเล็กจิ๋ว แล้วนำไปต่อกับลำไส้เล็กส่วนปลาย เพื่อลดทั้งการกินและการดูดซึมสารอาหาร
นวัตกรรมใหม่ล่าสุดสำหรับคนกลัวมีดหมอ! แพทย์จะใช้กล้องส่องเข้าไปทางปาก แล้วเย็บกระเพาะจากด้านในให้มีขนาดเล็กลงโดย
ไม่มีแผลที่หน้าท้องเลย
เป็นการผ่าตัดขั้นสูงที่ผสมผสานระหว่างการทำสลีฟและการทำบายพาสต่อลำไส้ เพื่อลดการดูดซึมไขมันโดยเฉพาะ
ใช้วิธีนำห่วงซิลิโคนไปรัดกระเพาะส่วนบนให้เป็นกระเปาะเล็กๆ ทำให้อิ่มเร็วขึ้น
ไทม์ไลน์การลดน้ำหนัก: เข้าใจตัวเลข 2 รูปแบบ
เพื่อให้เห็นภาพความสำเร็จที่ชัดเจน เราจะอธิบายผลลัพธ์การลดน้ำหนักเป็น 2 รูปแบบหลักๆ ที่ใช้กัน
1) เปอร์เซ็นต์ของน้ำหนักส่วนเกินที่ลดลง (%EWL - Excess Weight Loss)
นี่คือตัวชี้วัดมาตรฐานที่ทีมแพทย์ทั่วโลกใช้ประเมินผล โดยคำนวณจาก "น้ำหนักส่วนเกิน" (น้ำหนักตัวปัจจุบัน ลบด้วย น้ำหนักมาตรฐาน)
ไทม์ไลน์โดยเฉลี่ย (หลังผ่าตัดสลีฟ)
เดือนที่ 3 - ลดน้ำหนักส่วนเกินได้ประมาณ 30-40%
เดือนที่ 6 - ลดน้ำหนักส่วนเกินได้ประมาณ 50-60%
1 ปี - ลดน้ำหนักส่วนเกินได้ประมาณ 60-70%
ไทม์ไลน์โดยเฉลี่ย (หลังผ่าตัดสลีฟ)
เดือนที่ 3 - ลดน้ำหนักได้ประมาณ 12-17% ของน้ำหนักตัวเริ่มต้น
เดือนที่ 6 - ลดน้ำหนักได้ประมาณ 20-25% ของน้ำหนักตัวเริ่มต้น
1 ปี - ลดน้ำหนักได้ประมาณ 25-35% ของน้ำหนักตัวเริ่มต้น
ตัวอย่างเพื่อให้เห็นภาพชัดเจน:
สมมติคุณน้ำหนักเริ่มต้น 120 กก. และมีน้ำหนักส่วนเกิน 50 กก.
เมื่อครบ 1 ปี คุณจะลดน้ำหนักส่วนเกินได้ 60-70% (ประมาณ 30-35 กก.)
น้ำหนักใหม่ของคุณจะอยู่ที่ประมาณ 85-90 กก.
ซึ่งหมายความว่า น้ำหนักตัวทั้งหมดของคุณลดลงไปประมาณ 25-30% จาก 120 กก.
หมายเหตุ: ตัวเลขข้างต้นเป็นค่าเฉลี่ย ซึ่งผลลัพธ์จริงจะขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายอย่าง เช่น น้ำหนักเริ่มต้น, การปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์, วินัยในการควบคุมอาหาร และการออกกำลังกายสุขภาพที่ดีขึ้น และการเปลี่ยนแปลงทางรูปร่างและจิตใจ
นอกจากการลดน้ำหนักแล้ว สิ่งที่คุณจะได้รับกลับมาคือสุขภาพที่ดีขึ้นอย่างชัดเจน โรคร่วมต่างๆ เช่น เบาหวาน ความดันโลหิตสูง ไขมันในเลือด จะดีขึ้นจนอาจลดยาหรือหยุดยาได้ และที่สำคัญที่สุดคือการได้ชีวิตชีวาและความมั่นใจกลับคืนมา นี่คือตัวอย่างจากครอบครัวของเรา:
คุณอ้อ, 37 ปี:
"จากคนที่เหนื่อยง่ายแค่เดินขึ้นบันไดก็หอบ ตอนนี้ผมกลับไปวิ่งมาราธอนได้อีกครั้ง มันเหมือนได้ชีวิตเก่าที่เคยคิดว่าหายไป
แล้วกลับคืนมาครับ"
คุณ อุ้ม, 29 ปี:
"เมื่อก่อนไม่เคยกล้าแต่งตัวเลยค่ะ แต่ตอนนี้มีความสุขกับการเลือกเสื้อผ้ามาก ความมั่นใจมันเปลี่ยนเราเป็นคนใหม่จริงๆ"
คุณเอก, 55 ปี:
"เบาหวานกับความดันที่เป็นมาหลายปี ตอนนี้ค่าเลือดกลับมาปกติจนคุณหมอประจำตัวตกใจ ไม่ใช่แค่ผอมลง แต่ได้สุขภาพที่ดีที่สุดในรอบ 20 ปีกลับมาเลยค่ะ"
เตรียมตัวยังไง?
การเตรียมตัวที่ดีคือเรื่องสำคัญของความสำเร็จ ขั้นตอนการเตรียมความพร้อมของคุณจะเริ่มต้นตั้งแต่การปรึกษาครั้งแรกไปจนถึงวันผ่าตัด
การประเมินและวางแผนโดยศัลยแพทย์: ศัลยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญของเราจะทำหน้าที่ดูแลคุณแบบครบวงจร ตั้งแต่การประเมินสุขภาพโดยรวม, การตรวจร่างกายที่จำเป็น, การวางแผนการผ่าตัดที่เหมาะสมกับคุณที่สุด ไปจนถึงการให้คำแนะนำด้านโภชนาการเพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับชีวิตใหม่หลังผ่าตัด
การผ่าตัดด้วยเทคนิคส่องกล้องทำให้เจ็บน้อยและฟื้นตัวเร็ว โดยทั่วไปจะพักฟื้นที่โรงพยาบาล 2-3 คืน และกลับไปทำงานเบาๆ ได้ใน 1-2 สัปดาห์
ไม่ใช่การอดอาหาร แต่เป็นการ "ปรับพฤติกรรมการกิน" ครับ ช่วงแรกจะต้องทานอาหารเหลวและอาหารอ่อน แต่หลังจากนั้นคุณสามารถกลับมาทานอาหารปกติได้ในปริมาณที่เหมาะสม คุณจะรู้สึกอิ่มเร็วขึ้นและไม่โหยเหมือนเคย
เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นได้ สิ่งสำคัญที่สุดคือ อย่าท้อแท้ และให้รีบติดต่อคลินิกทันที การผ่าตัดเป็นเพียง "เครื่องมือ" ที่ช่วยเริ่มต้น แต่ความสำเร็จระยะยาวขึ้นอยู่กับวินัยของคุณ สาเหตุส่วนใหญ่มักเกิดจากการกินจุกจิก, ดื่มเครื่องดื่มแคลอรี่สูง, ไม่เน้นโปรตีน, และขาดการออกกำลังกาย สิ่งที่ต้องทำคือ: กลับไปทบทวนหลักการพื้นฐาน, จดบันทึกการกิน, และเข้ามาปรึกษาทีมแพทย์เพื่อวางแผนแก้ไขร่วมกันครับ
การตัดสินใจครั้งสำคัญนี้ ควรเลือกสิ่งที่มั่นใจและดีที่สุดสำหรับตัวคุณ ที่ Cosmetica Clinic เราไม่ได้มอบแค่การผ่าตัด แต่เรามอบ "ความมั่นใจในทุกย่างก้าว" ของการเดินทางสู่ชีวิตใหม่ของคุณ
@cosmetica_thailand คุณอุ้มขอคอนเฟิร์มเดินได้ตั้งแต่วันแรก👍ตัดกระเพาะ อ้วน ลดน้ำหนัก ผอม หุ่นดี โรคอ้วน คอสเมติก้าคลินิก Cosmeticaclinic DrFoei
♬ เสียงต้นฉบับ - คอสเมติก้าคลินิก - คอสเมติก้าไทยแลนด์
@cosmetica_thailand ครึ่งทางแล้ว จะ 𝟓𝟓 ตอนไหนรอชม🤩 ตัดกระเพาะ อ้วน ลดน้ำหนัก ผอม หุ่นดี โรคอ้วน คอสเมติก้าคลินิก Cosmeticaclinic
♬ เสียงต้นฉบับ - คอสเมติก้าคลินิก - คอสเมติก้าไทยแลนด์
@cosmetica_thailand สายL สายกิน รีวิวเรียลๆหลังผ่า เจ็บเบาๆแต่ไม่ทรมาน 😊 ตัดกระเพาะ อ้วน ลดน้ำหนัก ผอม หุ่นดี โรคอ้วน คอสเมติก้าคลินิก Cosmeticaclinic
♬ เสียงต้นฉบับ - คอสเมติก้าไทยแลนด์ - คอสเมติก้าไทยแลนด์
@cosmetica_thailand หุ่นใหม่ใกล้ฉัน ปัก📍ตัดกระเพาะ อ้วน ลดน้ำหนัก ผอม หุ่นดี โรคอ้วน คอสเมติก้าคลินิก Cosmeticaclinic
♬ เสียงต้นฉบับ - คอสเมติก้าไทยแลนด์ - คอสเมติก้าไทยแลนด์
@cosmetica_thailand สุขภาพเป็นเรื่องสำคัญ✅✨กระเพาะ อ้วน ลดน้ำหนัก ผอม หุ่นดี โรคอ้วน คอสเมติก้าคลินิก
♬ original sound - คอสเมติก้าไทยแลนด์ - คอสเมติก้าไทยแลนด์
@cosmetica_thailand รู้อะไรไม่เท่ารู้งี้ รู้งี้ไม่น่ากลืนบอลลูนเลย🫧 กระเพาะ อ้วน ลดน้ำหนัก ผอม หุ่นดี โรคอ้วน คอสเมติก้าคลินิก
♬ original sound - คอสเมติก้าไทยแลนด์ - คอสเมติก้าไทยแลนด์
@cosmetica_thailand 2 วัน กลับบ้านได้✅ ตัดกระเพาะ อ้วน ลดน้ำหนัก ผอม หุ่นดี โรคอ้วน คอสเมติก้าคลินิก Cosmeticaclinic
♬ original sound - คอสเมติก้าไทยแลนด์ - คอสเมติก้าไทยแลนด์
@cosmetica_thailand ฟลูเทิร์นโชว์ซัก 1 กรุบ เพราะตัดกระเพาะมันเริ่ดเกิ้นคุณน้า กระเพาะ อ้วน ลดน้ำหนัก ผอม หุ่นดี โรคอ้วน คอสเมติก้าคลินิก
♬ original sound - คอสเมติก้าไทยแลนด์ - คอสเมติก้าไทยแลนด์
@cosmetica_thailand แต่ก่อนทานข้าว 2 ชาม🍚🍚 ตอนนี้ครึ่งชามยังทานไม่หมด🍚 เอาซี้ กระเพาะ อ้วน ลดน้ำหนัก ผอม หุ่นดี โรคอ้วน คอสเมติก้าคลินิก
♬ original sound - คอสเมติก้าไทยแลนด์ - คอสเมติก้าไทยแลนด์