Cosemetica Clinic BG

ผ่าตัดกระเพาะ : ไม่ใช่ทางลัด แต่คือ "ประตูสู่ชีวิตใหม่" ที่คุณเลือกเองได้

คุณเคยรู้สึกไหมว่า... การลดน้ำหนักมันช่างเป็นสงครามที่ไม่จบสิ้น? ทั้งคุมอาหาร ออกกำลังกาย แต่สุดท้ายน้ำหนักก็กลับมาที่เดิม พร้อมกับความรู้สึกท้อแท้ที่เพิ่มขึ้น ถ้าคุณกำลังเผชิญปัญหานี้อยู่ คุณไม่ได้สู้เพียงลำพังครับ ประเทศไทยมีผู้ป่วยโรคอ้วนสูงเป็นอันดับต้นๆ ของอาเซียน และความจริงที่น่ากังวลคือ โรคอ้วนไม่ใช่แค่เรื่องรูปร่าง แต่มันคือ "ระเบิดเวลา" ที่กำลังนับถอยหลังทำลายสุขภาพของคุณ บทความนี้ไม่ได้เขียนขึ้นเพื่อบอกว่าการผ่าตัดกระเพาะคือ "ทางลัด" แต่จะพาคุณไปรู้จักกับ "เครื่องมือที่ทรงพลังที่สุด" ที่จะช่วยให้คุณหยุดวงจรของโรคอ้วน และทวงคืนชีวิตที่มีความสุขและสุขภาพดีกลับคืนมา

1. การผ่าตัดกระเพาะอาหารคืออะไร?

แนวคิดพื้นฐาน



หลายคนเข้าใจผิดว่าการผ่าตัดกระเพาะคือการ "ตัดไขมัน" ออกไป แต่ความจริงแล้ว หลักการของมันล้ำลึกกว่านั้นมากครับ การผ่าตัดกระเพาะ คือ การปรับเปลี่ยนขนาดและ/หรือทางเดินอาหาร เพื่อแก้ปัญหาที่ต้นตอ 2 อย่าง:

  • ลดขนาดกระเพาะ: ทำให้คุณทานอาหารได้น้อยลง แต่รู้สึกอิ่มเร็วขึ้นอย่างไม่น่าเชื่อ
  • ควบคุมฮอร์โมนหิว: การผ่าตัดบางวิธีสามารถตัดส่วนที่ผลิตฮอร์โมนความหิว (Ghrelin) ออกไปทำให้คุณไม่รู้สึกอยากอาหารพร่ำเพรื่อ




เมื่อความหิวไม่ใช่ปัญหา การควบคุมอาหารจะกลายเป็นเรื่องง่ายอย่างที่คุณไม่เคยสัมผัสมาก่อน นี่คือการ "รีเซต" ระบบการกินของคุณใหม่ทั้งหมดเหมาะกับใครบ้าง? โดยทั่วไป การผ่าตัดกระเพาะจะพิจารณาจากเกณฑ์ค่า BMI ที่สูงร่วมกับโรคร่วมที่รุนแรง แต่ที่ Cosmetica Clinic เรามีมุมมองที่กว้างกว่านั้น เพราะเราเชื่อว่าตัวเลขไม่ใช่ทั้งหมดของเรื่องราวสุขภาพของคุณ การประเมินเบื้องต้นที่ดีที่สุดคือการทำความเข้าใจสถานะของร่างกายคุณเองเสียก่อน ซึ่งเริ่มต้นได้ง่ายๆ ด้วยการคำนวณค่า BMI ตัดเกรดสุขภาพของคุณด้วยค่า BMI

BMI (Body Mass Index) คืออะไร?


BMI (Body Mass Index) คือค่าดัชนีที่ใช้ชี้วัดความสมดุลของน้ำหนักตัวต่อความสูง ซึ่งสามารถประเมินภาวะอ้วนและผอมในผู้ใหญ่ได้ ลองคำนวณค่า BMI ของคุณเพื่อดูว่าตอนนี้ร่างกายกำลังส่งสัญญาณอะไรอยู่

สูตรคำนวณ:

> ดัชนีมวลกาย (BMI) = น้ำหนักตัว (กิโลกรัม) / ส่วนสูง (เมตร)²

เกณฑ์การประเมินค่า BMI:


BMI < 18.5: น้ำหนักน้อย / ผอม


BMI 18.5 - 22.9: น้ำหนักปกติ


BMI 23.0 - 24.9: น้ำหนักเกิน (ควรเริ่มควบคุมอาหารและออกกำลังกาย)


BMI 25.0 - 29.9: โรคอ้วนระดับ 1 (มีความเสี่ยงต่อโรคร้าย เช่น เบาหวาน, ความดันโลหิตสูง)


BMI > 30.0: โรคอ้วนระดับ 2 (เสี่ยงสูงต่อการเกิดโรคร้ายแรง)



หากตัวเลขของคุณอยู่ในเกณฑ์ "โรคอ้วน" นั่นไม่ใช่แค่ตัวเลข แต่มันคือสัญญาณเตือนภัยที่ร่างกายกำลังส่งเสียงร้องว่ากำลังแบก

รับความเสี่ยงมหาศาล


  • บาหวานชนิดที่ 2 ถามหา: ความเสี่ยงพุ่งสูงขึ้นถึง 10 เท่า! ตับอ่อนของคุณอาจกำลังทำงานหนักเกินไป จนอาจยอมแพ้ในไม่ช้า
  • โรคหัวใจและหลอดเลือดสมอง: ไขมันที่สะสมกำลังทำให้หลอดเลือดของคุณตีบตันลงทุกวัน เพิ่มความเสี่ยงอัมพฤกษ์-อัมพาตสูงขึ้น 2-3 เท่า
  • มะเร็งร้ายซ่อนตัว: งานวิจัยมากมายยืนยันความเชื่อมโยงที่น่ากลัวของโรคอ้วนกับมะเร็งลำไส้ มะเร็งเต้านม และอีกหลายชนิด
  • คุณภาพชีวิตที่ดิ่งลง: ความสุขที่ถูกพรากไปจากอาการปวดเข่า ปวดหลัง, ภาวะหยุดหายใจขณะหลับ (นอนกรน), กรดไหลย้อน และความเหนื่อยง่ายที่ทำให้คุณพลาดโอกาสดีๆ ในชีวิต



อย่าปล่อยให้ "การรอ" กลายเป็นความเสียใจ การเพิกเฉยต่อสัญญาณเตือนเหล่านี้ ไม่ได้ทำให้อะไรดีขึ้น มีแต่จะทำให้คุณเข้าใกล้โรคร้ายแรงมากขึ้นทุกวัน การตัดสินใจ "วันนี้" คือการลงทุนที่คุ้มค่าที่สุด เพื่อประหยัดค่ารักษาพยาบาลมหาศาลและทวงคืนชีวิตที่คุณควรจะมีความสุขกลับคืนมา

พลิกมุมมองใหม่: เมื่อค่า BMI ไม่ใช่คำตอบสุดท้าย


หลังจากคำนวณค่า BMI แล้ว หลายคนอาจเกิดคำถามในใจ: "ค่า BMI ของฉันยังไม่ถึงเกณฑ์โรคอ้วนระดับรุนแรง แต่ทำไมฉันถึงรู้สึกว่าตัวเองอ้วนมาก ควบคุมการกินไม่ได้เลย และไม่มีความสุขกับรูปร่างแบบนี้? แบบนี้แปลว่าฉันไม่ควรผ่าตัดใช่ไหม?"เราเข้าใจความขัดแย้งและความรู้สึกหมดหวังนั้นดีครับ


ที่ Cosmetica Clinic เราเคารพเกณฑ์การรักษาตามมาตรฐานสากลที่มองค่า BMI เป็นหลัก แต่ในขณะเดียวกัน เราก็เชื่อมั่นอย่างยิ่งว่า ตัวเลขเพียงอย่างเดียว ไม่สามารถบอกเล่าเรื่องราวทั้งหมดของ "สุขภาพและพฤติกรรมการกิน" ของคนไข้ได้เสมอไปสำหรับบางคน สงครามที่แท้จริงไม่ใช่ตัวเลขบนเครื่องชั่ง แต่คือการต่อสู้กับความอยากอาหารที่ควบคุมไม่ได้ คือความทุกข์ใจที่เห็นอนาคตของตัวเองกำลังมุ่งหน้าสู่ภาวะอ้วนและโรคร้ายอย่างชัดเจน การรอให้ตัวเลข BMI สูงขึ้น หรือรอจนป่วยเป็นโรคร้ายแรงเสียก่อน อาจไม่ใช่ทางออกที่ดีที่สุด

นี่คือจุดที่เรามีมุมมองที่แตกต่างในมิติของ "การป้องกันเชิงรุก" (Proactive Prevention)


ทีมแพทย์ของเราจะไม่ได้มองแค่ตัวเลข แต่เราจะมองลึกไปถึงคนที่อยู่ตรงหน้า เราจะรับฟังปัญหา ประเมินแนวโน้มพฤติกรรม และความเสี่ยงในอนาคตของคุณเป็นรายบุคคล เพื่อช่วยคุณ "ซ่อมหลังคาก่อนที่ฝนจะตกหนัก"การตัดสินใจของเราไม่ใช่การทำผิดหลักการ แต่คือการมอบโอกาสให้คุณได้กลับมาควบคุมสุขภาพและชีวิตของตัวเองอีกครั้ง ก่อนที่ปัญหาเล็กๆ จะลุกลามจนยากจะแก้ไข โดยทุกขั้นตอนจะอยู่บนพื้นฐานของความปลอดภัยสูงสุด หลังผ่านการประเมินอย่างละเอียดถี่ถ้วนจากทีมแพทย์เท่านั้น

Cosemetica Clinic BG

2. ประเภทของการผ่าตัดกระเพาะอาหาร



การผ่าตัดมีหลายวิธีแต่ละวิธีมีจุดเด่นและเหมาะกับคนที่แตกต่างกัน การเลือกวิธีที่ดีที่สุดต้องทำร่วมกับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเท่านั้น

เจาะลึกแต่ละวิธี: เลือกเส้นทางที่ใช่สำหรับคุณ


1) ผ่าตัดกระเพาะอาหารแบบสลีฟ (Gastric Sleeve) - ยอดนิยม อันดับ 1 ทั่วโลก

เป็นการผ่าตัดเอากระเพาะอาหารส่วนใหญ่ออกไปประมาณ 80% เหลือไว้เพียงท่อเล็กๆ คล้ายแขนเสื้อ พร้อมตัดส่วนที่สร้าง

ฮอร์โมนหิวออกไปด้วย


  • หลักการ: กระเพาะเล็กลง + ไม่หิวบ่อย = ลดน้ำหนักอย่างเป็นธรรมชาติ
  • ข้อดี: เห็นผลเร็ว ปลอดภัยสูง แผลเล็ก เจ็บน้อย ฟื้นตัวไว ยังสามารถส่องกล้องตรวจกระเพาะอาหารได้ในอนาคต
  • เหมาะกับใคร: ผู้ที่มีภาวะอ้วนทั่วไปถึงรุนแรง แต่ไม่มีโรคร่วมที่ซับซ้อน

2) บายพาส (Gastric Bypass) - ดีที่สุดสำหรับคนเป็นเบาหวาน

แพทย์จะสร้างกระเพาะอาหารใหม่ให้มีขนาดเล็กจิ๋ว แล้วนำไปต่อกับลำไส้เล็กส่วนปลาย เพื่อลดทั้งการกินและการดูดซึมสารอาหาร



  • หลักการ: กินได้น้อยลง + ดูดซึมพลังงานน้อยลง
  • ข้อดี: ลดน้ำหนักได้มากที่สุด ควบคุมโรคเบาหวานและกรดไหลย้อนได้อย่างยอดเยี่ยม
  • ข้อควรรู้: ไม่สามารถส่องกล้องตรวจกระเพาะอาหารเดิมได้ และต้องทานวิตามินเสริมตลอดชีวิต
  • เหมาะกับใคร: ผู้ที่มี BMI สูง (มากกว่า 35) และมีโรคร่วมอย่างเบาหวานหรือกรดไหลย้อนรุนแรง

3) เย็บกระเพาะผ่านการส่องกล้อง (ESG) - ไร้แผล ไม่ต้องผ่าตัด

นวัตกรรมใหม่ล่าสุดสำหรับคนกลัวมีดหมอ! แพทย์จะใช้กล้องส่องเข้าไปทางปาก แล้วเย็บกระเพาะจากด้านในให้มีขนาดเล็กลงโดย

ไม่มีแผลที่หน้าท้องเลย



  • หลักการ: ลดขนาดกระเพาะจากภายใน
  • ข้อดี: ไม่มีแผลเป็น ไม่เจ็บตัว ฟื้นตัวเร็วมาก แทบไม่ต้องนอนโรงพยาบาล
  • ข้อจำกัด: ลดน้ำหนักได้น้อยกว่าวิธีอื่น และผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับวินัยอย่างสูง
  • เหมาะกับใคร: ผู้ที่มี BMI ไม่สูงมาก (น้อยกว่า 35) และต้องการหลีกเลี่ยงการผ่าตัดแบบมีแผล

4) ปรับเปลี่ยนทางเดินอาหาร (BPD/DS, SADI-S) - ทรงพลังที่สุดสำหรับเคสซับซ้อน

เป็นการผ่าตัดขั้นสูงที่ผสมผสานระหว่างการทำสลีฟและการทำบายพาสต่อลำไส้ เพื่อลดการดูดซึมไขมันโดยเฉพาะ


  • หลักการ: กินได้น้อยลง + ร่างกายดูดซึมไขมันได้น้อยมาก
  • ข้อดี: น้ำหนักลงเยอะและรวดเร็วที่สุด
  • ข้อควรรู้: มีความเสี่ยงภาวะขาดสารอาหารสูงมาก ต้องดูแลเรื่องอาหารและทานวิตามินอย่างเข้มงวดตลอดชีวิตภายใต้การดูแลของแพทย์
  • เหมาะกับใคร: ผู้ที่มีภาวะอ้วนรุนแรงระดับวิกฤติ (BMI 40) ที่วิธีอื่นไม่ได้ผล


5) ใส่ห่วงรัดกระเพาะ (Gastric Band) - ไม่ตัดกระเพาะ แต่ไม่นิยมแล้ว

ใช้วิธีนำห่วงซิลิโคนไปรัดกระเพาะส่วนบนให้เป็นกระเปาะเล็กๆ ทำให้อิ่มเร็วขึ้น


  • หลักการ: จำกัดปริมาณอาหารที่กินได้ในแต่ละมื้อ
  • ข้อควรรู้: ปัจจุบันไม่เป็นที่นิยมแล้ว เนื่องจากผลลัพธ์ไม่ถาวร ต้องมาปรับห่วงบ่อย และอาจเกิดภาวะแทรกซ้อนจากตัวอุปกรณ์ได้

3. ผลลัพธ์ที่คาดหวังได้

ไทม์ไลน์การลดน้ำหนัก: เข้าใจตัวเลข 2 รูปแบบ


เพื่อให้เห็นภาพความสำเร็จที่ชัดเจน เราจะอธิบายผลลัพธ์การลดน้ำหนักเป็น 2 รูปแบบหลักๆ ที่ใช้กัน



1) เปอร์เซ็นต์ของน้ำหนักส่วนเกินที่ลดลง (%EWL - Excess Weight Loss)

นี่คือตัวชี้วัดมาตรฐานที่ทีมแพทย์ทั่วโลกใช้ประเมินผล โดยคำนวณจาก "น้ำหนักส่วนเกิน" (น้ำหนักตัวปัจจุบัน ลบด้วย น้ำหนักมาตรฐาน)

ไทม์ไลน์โดยเฉลี่ย (หลังผ่าตัดสลีฟ)

เดือนที่ 3 - ลดน้ำหนักส่วนเกินได้ประมาณ 30-40%

เดือนที่ 6 - ลดน้ำหนักส่วนเกินได้ประมาณ 50-60%

1 ปี - ลดน้ำหนักส่วนเกินได้ประมาณ 60-70%

2. เปอร์เซ็นต์ของน้ำหนักตัวทั้งหมดที่ลดลง (%TBWL - Total Body Weight Loss)

นี่คือตัวเลขที่เข้าใจง่ายที่สุดสำหรับทุกคน เพราะเทียบจากน้ำหนักบนตาชั่งที่คุณคุ้นเคย

ไทม์ไลน์โดยเฉลี่ย (หลังผ่าตัดสลีฟ)


เดือนที่ 3 - ลดน้ำหนักได้ประมาณ 12-17% ของน้ำหนักตัวเริ่มต้น

เดือนที่ 6 - ลดน้ำหนักได้ประมาณ 20-25% ของน้ำหนักตัวเริ่มต้น

1 ปี - ลดน้ำหนักได้ประมาณ 25-35% ของน้ำหนักตัวเริ่มต้น

ตัวอย่างเพื่อให้เห็นภาพชัดเจน:


สมมติคุณน้ำหนักเริ่มต้น 120 กก. และมีน้ำหนักส่วนเกิน 50 กก.

เมื่อครบ 1 ปี คุณจะลดน้ำหนักส่วนเกินได้ 60-70% (ประมาณ 30-35 กก.)

น้ำหนักใหม่ของคุณจะอยู่ที่ประมาณ 85-90 กก.

ซึ่งหมายความว่า น้ำหนักตัวทั้งหมดของคุณลดลงไปประมาณ 25-30% จาก 120 กก.



หมายเหตุ: ตัวเลขข้างต้นเป็นค่าเฉลี่ย ซึ่งผลลัพธ์จริงจะขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายอย่าง เช่น น้ำหนักเริ่มต้น, การปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์, วินัยในการควบคุมอาหาร และการออกกำลังกายสุขภาพที่ดีขึ้น และการเปลี่ยนแปลงทางรูปร่างและจิตใจ


นอกจากการลดน้ำหนักแล้ว สิ่งที่คุณจะได้รับกลับมาคือสุขภาพที่ดีขึ้นอย่างชัดเจน โรคร่วมต่างๆ เช่น เบาหวาน ความดันโลหิตสูง ไขมันในเลือด จะดีขึ้นจนอาจลดยาหรือหยุดยาได้ และที่สำคัญที่สุดคือการได้ชีวิตชีวาและความมั่นใจกลับคืนมา นี่คือตัวอย่างจากครอบครัวของเรา:

คุณอ้อ, 37 ปี:

"จากคนที่เหนื่อยง่ายแค่เดินขึ้นบันไดก็หอบ ตอนนี้ผมกลับไปวิ่งมาราธอนได้อีกครั้ง มันเหมือนได้ชีวิตเก่าที่เคยคิดว่าหายไป

แล้วกลับคืนมาครับ"

คุณ อุ้ม, 29 ปี:

"เมื่อก่อนไม่เคยกล้าแต่งตัวเลยค่ะ แต่ตอนนี้มีความสุขกับการเลือกเสื้อผ้ามาก ความมั่นใจมันเปลี่ยนเราเป็นคนใหม่จริงๆ"

คุณเอก, 55 ปี:

"เบาหวานกับความดันที่เป็นมาหลายปี ตอนนี้ค่าเลือดกลับมาปกติจนคุณหมอประจำตัวตกใจ ไม่ใช่แค่ผอมลง แต่ได้สุขภาพที่ดีที่สุดในรอบ 20 ปีกลับมาเลยค่ะ"

เตรียมตัวยังไง?

การเตรียมตัวที่ดีคือเรื่องสำคัญของความสำเร็จ ขั้นตอนการเตรียมความพร้อมของคุณจะเริ่มต้นตั้งแต่การปรึกษาครั้งแรกไปจนถึงวันผ่าตัด


การประเมินและวางแผนโดยศัลยแพทย์: ศัลยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญของเราจะทำหน้าที่ดูแลคุณแบบครบวงจร ตั้งแต่การประเมินสุขภาพโดยรวม, การตรวจร่างกายที่จำเป็น, การวางแผนการผ่าตัดที่เหมาะสมกับคุณที่สุด ไปจนถึงการให้คำแนะนำด้านโภชนาการเพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับชีวิตใหม่หลังผ่าตัด


  • การเตรียมตัวด้านอาหารและยา: งดยาหรือสมุนไพรที่มีผลต่อการแข็งตัวของเลือด 1 สัปดาห์ / ห้ามสูบบุหรี่ หรือบุหรี่ไฟฟ้า แอบกอฮอล์ ก่อนและหลังผ่าตัด
  • การเตรีอมตัวด้านพฤติกรรมก่อนผ่าตัด: เพื่อช่วยลดไขมันพอกตับให้น้อยลง และลดโอกาสเกิดภาวะแทรกซ้อน
  • 1 วันก่อนผ่าตัด: เริ่มรับประทานอาหารเหลวใสตามคำแนะนำของคลินิก งดน้ำและอาหารอย่างน้อย 8 ชั่วโมงก่อนผ่าตัด เพื่อความปลอดภัยระหว่างการดมยาสลบ

5. คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

เจ็บไหม / พักฟื้นนานแค่ไหน?

การผ่าตัดด้วยเทคนิคส่องกล้องทำให้เจ็บน้อยและฟื้นตัวเร็ว โดยทั่วไปจะพักฟื้นที่โรงพยาบาล 2-3 คืน และกลับไปทำงานเบาๆ ได้ใน 1-2 สัปดาห์

ผ่าแล้วกลับมากินเหมือนเดิมได้ไหม?

ไม่ใช่การอดอาหาร แต่เป็นการ "ปรับพฤติกรรมการกิน" ครับ ช่วงแรกจะต้องทานอาหารเหลวและอาหารอ่อน แต่หลังจากนั้นคุณสามารถกลับมาทานอาหารปกติได้ในปริมาณที่เหมาะสม คุณจะรู้สึกอิ่มเร็วขึ้นและไม่โหยเหมือนเคย

ผ่าแล้วน้ำหนักไม่ลดทำอย่างไร?

เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นได้ สิ่งสำคัญที่สุดคือ อย่าท้อแท้ และให้รีบติดต่อคลินิกทันที การผ่าตัดเป็นเพียง "เครื่องมือ" ที่ช่วยเริ่มต้น แต่ความสำเร็จระยะยาวขึ้นอยู่กับวินัยของคุณ สาเหตุส่วนใหญ่มักเกิดจากการกินจุกจิก, ดื่มเครื่องดื่มแคลอรี่สูง, ไม่เน้นโปรตีน, และขาดการออกกำลังกาย สิ่งที่ต้องทำคือ: กลับไปทบทวนหลักการพื้นฐาน, จดบันทึกการกิน, และเข้ามาปรึกษาทีมแพทย์เพื่อวางแผนแก้ไขร่วมกันครับ

ต้องทานวิตามินเสริมไหม?
จำเป็นต้องทาน โดยเฉพาะในการผ่าตัดแบบบายพาส เพื่อป้องกันภาวะขาดสารอาหาร ทีมแพทย์และนักโภชนาการจะจัดโปรแกรมวิตามินที่เหมาะสมให้เป็นรายบุคคล
แล้วเรื่องผิวหนังหย่อนคล้อยล่ะ ต้องทำอย่างไร?
เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นได้หลังน้ำหนักลดลงมากๆ ครับ แต่ปัจจัยอย่างอายุ, การออกกำลังกาย สามารถช่วยได้ ซึ่งคลินิกของเรามีทีมที่พร้อมให้คำปรึกษาและวางแผนการดูแลผิวหลังลดน้ำหนักให้คุณโดยเฉพาะครับ

6. ทำไมต้องผ่าตัดกับเรา?

การตัดสินใจครั้งสำคัญนี้ ควรเลือกสิ่งที่มั่นใจและดีที่สุดสำหรับตัวคุณ ที่ Cosmetica Clinic เราไม่ได้มอบแค่การผ่าตัด แต่เรามอบ "ความมั่นใจในทุกย่างก้าว" ของการเดินทางสู่ชีวิตใหม่ของคุณ


  • ทีมแพทย์เฉพาะทางที่ดูแลคุณดุจคนในครอบครัว: คุณจะได้รับการดูแลโดยทีมศัลยแพทย์ผู้มีประสบการณ์สูง ซึ่งเข้าใจลึกซึ้งทั้งในด้านเทคนิคการผ่าตัดและสภาพจิตใจของผู้ที่ต้องต่อสู้กับโรคอ้วน ร่วมกับทีมวิสัญญีแพทย์ที่เชี่ยวชาญด้านการดมยาสลบสำหรับผู้ป่วยโรคอ้วนโดยเฉพาะ และทีมพยาบาลที่พร้อมดูแลคุณอย่างใกล้ชิด เราไม่ได้ดูแลแค่ "เคส" แต่เราดูแล "คุณ"
    
  • เทคโนโลยีระดับโลก: เพื่อผลลัพธ์และความปลอดภัยสูงสุด:เราจะไม่ยอมลดหย่อนในเรื่องความปลอดภัยของคุณ เราจึงลงทุนในเครื่องมือที่ดีที่สุดและทันสมัยที่สุดเท่านั้น ไม่ว่าจะเป็น กล้องส่องผ่าตัด 3 มิติ 4K จาก OLYMPUS ที่ให้ภาพคมชัดเสมือนจริง และ เครื่องมือตัดเย็บกระเพาะอัตโนมัติ Covidien (Signia) พร้อม Tri-Staple Technology ที่ช่วยลดความเสี่ยงได้อย่างมีนัยสำคัญ นี่ไม่ใช่แค่เครื่องมือ แต่คือคำมั่นสัญญาด้านความปลอดภัยที่เรามอบให้คุณ
    
  • การดูแลแบบองค์รวม ตั้งแต่ก้าวแรกจนถึงเส้นชัย: การดูแลของเราไม่ได้สิ้นสุดลงเมื่อการผ่าตัดจบ แต่การผ่าตัดคือ "จุดเริ่มต้น" ของการเดินทาง เรามีโปรแกรมการให้ความรู้ก่อนผ่าตัดที่ครอบคลุม และที่สำคัญที่สุดคือ โปรแกรมการติดตามผลหลังผ่าตัดในระยะยาว เราจะเป็นพาร์ทเนอร์ที่คอยให้คำปรึกษา ปรับแผนโภชนาการ และอยู่เคียงข้างคุณจนกว่าจะถึงเป้าหมายและรักษามันไว้ได้อย่างยั่งยืน
    
  • ปรัชญาการดูแลที่มองลึกกว่าตัวเลข BMI: เรายึดมั่นในหลัก "การป้องกันเชิงรุก" เราจะรับฟังเรื่องราว ความกังวล และเป้าหมายของคุณอย่างตั้งใจ เราไม่ได้รักษาแค่ค่า BMI แต่เราดูแลคุณทั้งร่างกายและจิตใจ เพื่อสร้างแผนการรักษาที่เหมาะสมกับ "คุณ" เพียงคนเดียว ไม่ใช่แค่ทำตามโปรโตคอลมาตรฐาน

7. ติดต่อเรา

หากท่านผู้อ่านบทความนี้มีความสนใจในการผ่าตัดกระเพาะอาหาร ทางเรายินดีต้อนรับให้เข้ามาพูดคุยปรึกษากับทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญของเรา

"อย่ารอให้สุขภาพของคุณต้องส่งใบแจ้งหนี้ราคาแพงในอนาคต"


ปรึกษาฟรี: ติดต่อเราเพื่อนัดหมายปรึกษาฟรี! ไม่มีค่าใช้จ่าย ได้เลยวันนี้



แผนที่คลินิก

8. รีวิวและเคสจริง

ภาพ Before-After

คลิปสัมภาษณ์คนไข้จริง

@cosmetica_thailand

คุณอุ้มขอคอนเฟิร์มเดินได้ตั้งแต่วันแรก👍ตัดกระเพาะ อ้วน ลดน้ำหนัก ผอม หุ่นดี โรคอ้วน คอสเมติก้าคลินิก Cosmeticaclinic DrFoei

♬ เสียงต้นฉบับ - คอสเมติก้าคลินิก - คอสเมติก้าไทยแลนด์
@cosmetica_thailand

ครึ่งทางแล้ว จะ 𝟓𝟓 ตอนไหนรอชม🤩 ตัดกระเพาะ อ้วน ลดน้ำหนัก ผอม หุ่นดี โรคอ้วน คอสเมติก้าคลินิก Cosmeticaclinic

♬ เสียงต้นฉบับ - คอสเมติก้าคลินิก - คอสเมติก้าไทยแลนด์
@cosmetica_thailand

สายL สายกิน รีวิวเรียลๆหลังผ่า เจ็บเบาๆแต่ไม่ทรมาน 😊 ตัดกระเพาะ อ้วน ลดน้ำหนัก ผอม หุ่นดี โรคอ้วน คอสเมติก้าคลินิก Cosmeticaclinic

♬ เสียงต้นฉบับ - คอสเมติก้าไทยแลนด์ - คอสเมติก้าไทยแลนด์
@cosmetica_thailand

หุ่นใหม่ใกล้ฉัน ปัก📍ตัดกระเพาะ อ้วน ลดน้ำหนัก ผอม หุ่นดี โรคอ้วน คอสเมติก้าคลินิก Cosmeticaclinic

♬ เสียงต้นฉบับ - คอสเมติก้าไทยแลนด์ - คอสเมติก้าไทยแลนด์
@cosmetica_thailand

สุขภาพเป็นเรื่องสำคัญ✅✨กระเพาะ อ้วน ลดน้ำหนัก ผอม หุ่นดี โรคอ้วน คอสเมติก้าคลินิก

♬ original sound - คอสเมติก้าไทยแลนด์ - คอสเมติก้าไทยแลนด์
@cosmetica_thailand

รู้อะไรไม่เท่ารู้งี้ รู้งี้ไม่น่ากลืนบอลลูนเลย🫧 กระเพาะ อ้วน ลดน้ำหนัก ผอม หุ่นดี โรคอ้วน คอสเมติก้าคลินิก

♬ original sound - คอสเมติก้าไทยแลนด์ - คอสเมติก้าไทยแลนด์
@cosmetica_thailand

2 วัน กลับบ้านได้✅ ตัดกระเพาะ อ้วน ลดน้ำหนัก ผอม หุ่นดี โรคอ้วน คอสเมติก้าคลินิก Cosmeticaclinic

♬ original sound - คอสเมติก้าไทยแลนด์ - คอสเมติก้าไทยแลนด์
@cosmetica_thailand

ฟลูเทิร์นโชว์ซัก 1 กรุบ เพราะตัดกระเพาะมันเริ่ดเกิ้นคุณน้า กระเพาะ อ้วน ลดน้ำหนัก ผอม หุ่นดี โรคอ้วน คอสเมติก้าคลินิก

♬ original sound - คอสเมติก้าไทยแลนด์ - คอสเมติก้าไทยแลนด์
@cosmetica_thailand

แต่ก่อนทานข้าว 2 ชาม🍚🍚 ตอนนี้ครึ่งชามยังทานไม่หมด🍚 เอาซี้ กระเพาะ อ้วน ลดน้ำหนัก ผอม หุ่นดี โรคอ้วน คอสเมติก้าคลินิก

♬ original sound - คอสเมติก้าไทยแลนด์ - คอสเมติก้าไทยแลนด์

รีวิวจากกลุ่ม Facebook :

เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
เปรียบเทียบสินค้า
0/4
ลบทั้งหมด
เปรียบเทียบ
Powered By MakeWebEasy Logo MakeWebEasy